Menu Close

ดนตรีกับพัฒนาการของลูกน้อย

 

หลายคนคงอยากจะเคยได้ยินว่าการที่ให้ลูกฟังดนตรีตั้งแต่อยู่ในครรภ์นั้นจะช่วยให้ลูกของคุณฉลาด แน่นอนว่าเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งมันคือเรื่องจริงเพราะจริงๆแล้วการรับรู้ของเด็กไม่ได้เริ่มต้นในวันแรกที่ออกจากท้องแม่ แต่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เขาก่อตัวขึ้นในท้อง พร้อมกับพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันตามการใช้ชีวิตของคุณแม่ ซึ่งดนตรีนั้นช่วยเป็นสื่อกลาง เพราะอย่าลืมว่าตอนที่ลูกอยู่ในท้องนั้นก็เหมือนกันเป็นคนๆเดียวกัน

โดยแพทย์หลายๆประเทศได้ระบุว่าการใช้เสียงดนตรีเพื่อสื่อสารนั้นมีผลต่อพัฒนาการของลูกน้อย โดยมีการวิจัยว่าคุณแม่ที่เปิดเพลงให้ลูกฟังเป็นประจำในตอนที่ตั้งครรภ์เมื่อเด็กคลอดออกมาจะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและไอคิวสูงกว่าเด็กทั่วๆไป

ส่วนคำถามต้องเปิดเพลงแนวไหนให้ลูกฟังถึงจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเพลงที่มีทำนองช้าๆ เรื่อยๆ อย่างเพลงแนวคลาสสิกเพราะท่วงทำนองแบบนี้จะช่วยขับกล่อมให้ลูกอารมณ์เย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส และไม่โมโหง่าย โดยจะเป็นเพลงไทยหรือเพลงสากลก็ได้ ขอเพียงทุกครั้งที่เปิดให้คุณแม่ใช้มือลูบเบาๆที่ท้องไปด้วย และจะให้ดีควรร้องคลอตามเบาๆ เพื่อให้เขาชินกับสัมผัส

โดยเพลงคลาสสิกที่นิยมและมักจะให้ลูกน้อยในครรภ์ฟังกันคือเพลงของโมสาร์ทเพราะฟังง่ายแหล่งที่มาของเสียงนั้นให้ความรู้สึกและอารมณ์ แม้ว่าจะไม่มีงานวิจัยที่ออกมาชัดเจนว่าเพลงทั่วไปกับเพลงโมสาร์ทอันไหนทำให้พัฒนาการของลูกดีกว่ากันก็ตาม

ทั้งนี้เด็กในครรภ์ประสาทการรับฟังจะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ 5 เดือน ซึ่งการใช้เสียงดนตรีกระตุ้นจะทำให้เครือข่ายใยประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น นอกจากนี้เพลงสามารถกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์แล้ว ยังช่วยในการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ เมื่อลูกได้ยินเสียงเพลง ได้ยินจังหวะของเพลงเขาจะขยับตัวหรือดิ้นไปตามเสียงเพลง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นเพลงช้าฟังสบาย เขาจะขยับตัวช้าๆ เหมือนกำลังว่ายน้ำอยู่ในท้องแม่ หากเพลงมีจังหวะเร็วเขาอาจจะขยับตัวบ่อยหรือดิ้นแรงขึ้นเหมือนเต้นตาม

แต่ทว่าการเปิดเพลงให้ลูกน้อยในครรภ์ฟังก็ไม่จำเป็นมากสักเท่าไหร่ เพราะจริงๆแล้วมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยทั้งในเรื่องของยีนส์, สภาพแวดล้อม และคนที่เลี้ยงดู โดยเสียงของคุณแม่นั้นเป็นสิ่งที่ส่งไปถึงลูกได้ดีที่สุดมากกว่าการเปิดเพลงเสียอีก เพราะคงไม่มีอะไรที่จะส่งผลดีต่อลูกมากกว่าความรักของคุณพ่อคุณแม่

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *