แม่และเด็ก
แม่และเด็ก

วิธีปราบเด็กซนให้อยู่หมัด

Rate this post

เมื่อลูกของเราดื้อเเละซนนั้นก็ต้องมีวิธีจัดการไม่ได้เป็นเเบบนั้น เเต่จะทำอย่างไร
เมื่อเราเห็นว่าต้องถึงเวลาสั่งสอนเเล้ว
เเละบางคนอาจจะไม่มีวิธีการสั่งสอนลูกของตัวเองเพราะว่ารักเเละทำไม่ลง
เรามีวิธีการจัดการลูกที่ซนไปดูว่าเราควรทำอย่างไรบ้าง
การปรับสิ่งแวดล้อม ควรปรับสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น
จะได้ไม่ต้องเหนื่อยในการห้ามปรามหรือพูดสั่งเด็กบ่อยๆ ว่า “ไม่” “ทำไม่ได้”
และยังป้องกันการเกิดอารมณ์เสียต่อกัน เช่น การเก็บยา สารเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแก้ว ให้พ้นมือเด็ก
เนื่องจากเด็กวัยนี้ชอบปีนป่ายสำรวจสิ่งของอยู่แล้ว หรือว่าจัดสถานที่เล่นให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก
เอาของเล่น หรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายออกไปให้หมด
การจัดกิจวัตรประจำวันให้สม่ำเสมอ อย่างเช่น จัดตารางการกินของเรา การนอนให้เป็นเวลา
เพื่อช่วยให้เด็กปรับตัวได้ง่ายขึ้นในทุกวัน เเละร่วมมือมากขึ้นในการทำกิจวัตรต่างๆของเด็กในบ้านเรา
เรื่องของการเบี่ยงเบนความสนใจ ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีในเด็กเล็กอย่างมาก เพราะเด็กยังมีความสนใจ
หรือสมาธิค่อนข้างสั้นนั้นเอง จึงสามารถใช้วิธีเบี่ยงเบนให้เด็กหันไปสนใจอย่างอื่นแทนไปเลย
เพื่อหยุดพฤติกรรมที่ไม่ต้องการได้ เช่น หากเด็กกำลังเล่นของที่แตกหัก ซึ่งมันอาจเป็นอันตรายได้
อาจชวนให้เด็กเล่นอย่างอื่นแทนก็ได้
การชี้แนะ
โดยการบอกหรือสอนให้เด็กรู้ว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้บ้างเป็นการสอนเด็ก
เพื่อให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเราเอง และหาทางออกให้เด็กรู้ด้วยว่าควรทำอย่างไรแทน เช่น หากเด็กกำลังเขียนอะไรเล่นบนหนังสือ
ผู้ใหญ่ควรรีบเอาหนังสือออก และบอกเด็กว่า “เขียนบนหนังสือไม่ได้นะ”
แล้วหากระดาษหรือสมุดวาดเขียนให้เด็กเขียนหรือวาดรูปแทนเพื่อให้เขารู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ
ไม่สนใจหรือเพิกเฉย วิธีนี้ใช้เพื่อหยุดพฤติกรรมที่ไม่ต้องการนั้นเอง
โดยที่พฤติกรรมนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อตัวเด็ก ต่อผู้อื่นหรือสิ่งของ เช่น
เมื่อเด็กร้องไห้อาละวาดอยู่ที่พื้นเพราะไม่ได้ดั่งใจ ก็ไม่ควรตามใจเด็ก ควร
ปล่อยให้เด็กร้องไปเรื่อยๆไปเลย และทำเป็นไม่สนใจอะไรดูว่าเขาจะทำอย่างไร
แต่อยู่ในสายตาว่าเด็กปลอดภัยดี สักพักเด็กจะหยุดร้องไปด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใส่ใจ
เมื่อเด็กหยุดร้องแล้วถึงจะเข้าไปหาเด็ก พูดคุยถึงวิธีแก้ปัญหาหรือชวนทำกิจกรรมอื่นต่อไป
การให้ได้รับผลตามธรรมชาติและการให้รับผิดชอบผลของการกระทำของเขาเอง
จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองต่อไป เช่น หากเด็กไม่ยอมกินข้าว
ก็ต้องปล่อยให้เด็กรู้จักความรู้สึกหิวเเละจะทำอย่างไร เด็กจะได้ยอมกินอาหารมื้อต่อไปได้เอง
อย่างไรก็ตาม หากพฤติกรรมใดที่ก่อให้เกิดผลตามธรรมชาติที่รุนแรง ก็ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
ต้องหยุดพฤติกรรมนั้นทันที เช่น หากเด็กจะปีนป่ายที่สูงอาจจะเกิดอันตรายได้ในเวลานั้น เป็นต้น
นี้คือวิธีการที่จะทำให้เด็กนั้นสามารถเรียกรู้ความผิดของตัวเองเป็น
การปราบเด็กที่ซนให้อยู่หมัดเพื่อให้เขาอยู่ในคำสั่งสอนของเราโดนที่เขาจะไม่เป็นอันตรายเเก่ตนเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *