Menu Close

สิ่งที่คุณแม่ต้องเตรียมตัวก่อนการมีบุตร

ความฝันของคู่รักทุกคู่
แน่นอนว่าต้องอยากที่จะมีบุตรเข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์ของครอบครั
ว ซึ่งก่อนการมีบุตรหรือตั้งครรภ์ต้องมีการเตรียมตัวเสียก่อน
เพราะการจะให้ได้ครรภ์ที่มีคุณภาพ ลูกคลอดมาแล้วสมบูรณ์แข็งแรง
ไม่มีภาวะแทรกซ้อนนั้น
ต้องเริ่มมาจากการเตรียมตัวที่ดีของคุณแม่และคุณพ่อก่อนตั้งครรภ์
คู่สมรสที่อยากจะมีลูกที่แข็งแรงสมบูรณ์
นั้นจำเป็นต้องมีการวางแผนเรื่องการมีลูก
ตั้งแต่เริ่มตัดสินใจแต่งงานหรือมีครอบครัวเพราะการวางแผนครอบครัว
สำคัญสำหรับ คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านคะ เริ่มตั้งแต่การคิดว่าจะมีลูกกี่คน
ช่วงอายุที่ควรจะมีดังนี้
ฝ่ายหญิง
1.เช็คประวัติโรคประจำตัวและการผ่าตัด
ต้องดูว่าคุณแม่เคยมีประวัติแพ้ยาหรืออาหารหรือไม่
รวมไปถึงมีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือไม่
ซึ่งโรคประจำตัวที่อาจจะส่งผลถึงการตั้งครรภ์ได้แก่
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
2.การตรวจร่างกายและสุขภาพ

ก่อนการตั้งครรภ์ว่าที่คุณแม่มือใหม่ต้องตรวจสุขภาพว่าสมบูรณ์หรือไม่
ยกตัวอย่างเช่น การวัดส่วนสูง, ชั่งน้ำหนัก, วัดความดันโลหิต,
ตรวจระบบหายใจ, ตรวจระบบหัวใจ, ตรวจเต้านม, ตรวจหน้าท้อง,
ตรวจภายใน และตรวจมะเร็งปากมดลูก
หากตรวจว่าพบความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง
ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
ทั้งแพทย์เฉพาะทางและสูตินรีแพทย์
เพื่อพิจารณาว่าสมควรตั้งครรภ์ได้หรือไม่
3.เตรียมความพร้อมร่างกายและจิตใจ

ในช่วงตั้งครรภ์สิ่งที่คุณแม่จะต้องพบเจอแน่นอนคืออาการแพ้ท้องได้
และต้องยอมรับกับรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไป
และจะต้องใช้เวลายาวนานในการตั้งครรภ์ถึง 10 เดือน
ฝ่ายชาย
1.ตรวจสุขภาพ
คุณพ่อมือใหม่ควรจะตรวจสุขภาพร่วมกับคุณแม่
เพื่อเช็คประวัติโรคประจำตัวหรือโรคทางพันธุกรรมซึ่งมีผลต่อลูกก่อนตั้
งครรภ์แล้วปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกัน
2.ทำความเข้าใจกับอาการแพ้ท้อง
คุณพ่อบางท่านอาจมีอาการแพ้ท้องร่วมกับคุณแม่ได้
ซึ่งเกิดจากปัจจัยด้านจิตใจ จึง
ต้องเข้าใจอาการแพ้ท้องและวิธีปฏิบัติตัว
เพื่อให้สามารถช่วยดูแลคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์ได้
3.ช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน

การช่วยแบ่งเบาภาระงานในบ้านเพื่อให้คุณแม่ได้พักผ่อนมากขึ้นลดคว
ามเครียดจากภาระงานต่างๆ เช่น การซักผ้า ทำกับข้าว
การจัดหาอาหารให้
4.ทำความเข้าใจกับการดูแลลูกน้อย

ศึกษาข้อมูลความรู้เรื่องการดูแลทารกแรกเกิดเพื่อเตรียมตัวไว้และเตรีย
มวางแผนดูแลลูกน้อย ตั้งแต่เรื่องที่นอน ที่อาบน้ำ สถานที่พักผ่อน
และสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นพัฒนาการลูกในแต่ละวัย
5.มีกิจกรรมครอบครัว
ทำกิจกรรมร่วมกับภรรยาอย่างสม่ำเสมอ เพราะในช่วงท้อง
คุณแม่ต้องการความรักและความเอาใจใส่ จากสามีและคนรอบข้าง
เพื่อให้สามารถปรับตัวกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป
และสามารถให้มีกำลังใจรับมือกับอาการไม่สุขสบายต่างๆจากการแพ้ท้
อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *