4 ขั้นตอนการกระตุ้นภูมิต้านทานในลูกน้อย

4 ขั้นตอนการกระตุ้นภูมิต้านทานในลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมค่ะว่า กลยุทธ์เสริมสร้างระบบภูมิต้านทานของลูกน้อยให้แข็งแรง 
มีวิธีการปฏิบัติเองได้ง่ายๆดังต่อไปนี้ค่ะ 
1.
ให้ลูกน้อยรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นอ่านต่อ

Continue reading4 ขั้นตอนการกระตุ้นภูมิต้านทานในลูกน้อย

อาหารบำรุงลูกน้อย ที่คุณแม่ควรรู้

คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนควรปฏิบัตินะคะ อาหารที่คุณแม่กินเข้าไปนั้นจะถูกส่งผ่านถึงลูกโดยตรงเพื่อบำรุงร่างกายของ
ลูกน้อยให้มีการเจริญเติบโตตามวัยและร่างกายคุณแม่ให้แข็งแรง
แต่จะมีสารอาหารบางชนิดที่ร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยมีความต้องการมากเป็น พิเศษในช่วงตั้งครรภ์
และบรรเทาอาการข้างเคียงของการตั้งครรภ์ ดังนี้ค่ะ
1. อยากให้ลูกฉลาด
นอกจากลูกน้อยที่มีสมบูรณ์ แข็งแรง และสมวัยแล้ว การมีพัฒนาการของสมองที่ดี
ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรให้ความสำคัญ
ซึ่งคุณแม่สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองลูกน้องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยอาหาร เหล่านี้
กรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการกระตุ้นสมอง กระตุ้นระบบประสาท บำรุงเซลล์สมอง
เพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำ ปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่คุณแม่ควรได้รับคือ 300 มิลลิกรัม/วัน
ในช่วงไตรมาศที่ 2 ของการตั้งครรภ์… อ่านต่อ

Continue readingอาหารบำรุงลูกน้อย ที่คุณแม่ควรรู้

คุณแม่ต้องรู้โรคที่อาจจะเกิดกับลูกน้อยในช่วงหน้าหนาว

ในเวลานี้ก็เข้าใกล้ที่จะถึงฤดูหนาวแล้ว อย่างที่เราทราบกันว่า
ฤดูหนาวนั้นสภาพอากาศนั้นจะหนาวเย็น
อันเดียวมากจากอุณหภูมิที่ลดลง ทำให้รู้สึกหนาวแบบแห้งๆ
ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่อาจจะมองว่าชื่นชอบฤดูหนาวเพราะว่าอาการเย็นสบา
ย แต่ทว่ามันเอื้อต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค
และเสี่ยงต่อการประสบกับโรคภัย
โดยเฉพาะกับลูกน้อย ที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงพอ
และมีโอกาสที่จะเป็นโรคได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
วันนี้เราจะพาไปรู้สึกกับโรคที่ลูกน้อยอาจจะต้องประสบพบเจอในช่วงฤ
ดูหนาว เพื่อที่คุณแม่จะได้เตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที
1.โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
สำหรับโรคนี้จะเกิดได้บ่อย ไม่ว่าจะทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่
อันเนื่องจากมากหลายสาเหตุ โดยอาการนั้นจะมีไข้สูง หนาวสั่น
ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ไอ เบื้องต้นให้ลูกนอนพักผ่อนเยอะ
ๆ ดื่มน้ำบ่อย ๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว กินยาลดไข้… อ่านต่อ

Continue readingคุณแม่ต้องรู้โรคที่อาจจะเกิดกับลูกน้อยในช่วงหน้าหนาว

ลูกน้อยมีพฤติกรรมดื้อมาก ควรจะต้องทำอย่างไรดี

หนึ่งในปัญหาที่พ่อแม่มีโอกาสได้ประสบพบเจอก็คือลูกน้อยมีพฤติกรรมดื้อมาก
ถ้าอย่างนั้นจะมีวิธีปฏิบัติตัวอย่างไรดีจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์เช่นนี้
เด็กดื้อนั้นถ้าหากว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงอายุน้อย ตั้งแต่ช่วงที่ยังหัดเดินใหม่ๆ
เรายังสามารถที่จะแก้ไขให้พฤติกรรมของลูกน้อยดีขึ้นได้เมื่อโตขึ้นไป เข้าทำนองที่ว่าไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก
ซึ่งนิยามของคำว่าดื้อนั้นก็คือลูกน้อยไม่เชื่อฟังคำสั่งของเรา งอแงมากจนเกินเหตุ
หรือบางครั้งอาจถึงขั้นโต้เถียงกับพ่อแม่เลยก็ได้ นี่คือสิ่งที่ต้องรีบปรับโดยด่วน ถ้าไม่อยากให้ลูกน้อยโตขึ้นไปแบบผิดๆ
ถ้าหากว่าลูกน้อยเกิดดื้อขึ้นมา เราต้องสั่งสอนให้ลูกได้รับรู้ว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดี
เป็นพฤติกรรมที่สมควรต้องถูกอบรมสั่งสอน หรืออาจจะมีการทำโทษเล็กๆ น้อยๆก็ได้ อย่างเช่นถ้าลูกอยากกินขนมที่ชอบ
ถ้าลูกเกิดดื้อขึ้นมาโดยไม่ไร้เหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอ เราก็จะต้องบอกลูกว่าไม่อนุญาตได้กินขนมนั้น เพราะว่าลูกดื้อ
และการทำโทษที่ว่านั้นก็ต้องทำอย่างทันทีด้วย เพื่อให้ลูกได้รับรู้ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
และถ้าทำขึ้นมาก็จะเป็นผลเสียต่อตัวเขาเอง อย่างไรก็ตาม การทำโทษเด็กก็ไม่ควรที่จะทำบ่อยจนเกินไปนัก
เพราะว่าจะทำให้เด็กรู้สึกเก็บกด โตขึ้นมาอาจจะมีปัญหาได้ ถ้าสามารถเลี่ยงจัดการด้วยวิธีอื่นก็ให้ลองใช้วิธีนั้นไปก่อน
แต่ก็ต้องปลูกฝังอยู่ตลอดให้ลูกมีพื้นฐานความคิดที่ว่าการเป็นเด็กดื้อนั้นไม่ใช่เรื่องดี เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง… อ่านต่อ

Continue readingลูกน้อยมีพฤติกรรมดื้อมาก ควรจะต้องทำอย่างไรดี

จะทำอย่างไรเมื่อลูกน้อยมีอาการท้องผูก

อาการท้องผูกสำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงอายุประมาณ 1 ปี
นั้นสามารถเกิดขึ้นบ่อยๆ
ไม่ว่าจะเกิดด้วยจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและนิสัยในการขั
บถ่าย เด็กไม่รับประทานผักและผลไม้หรือรับประทานทานได้น้อย
ได้อาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มนมมาก ดื่มน้ำน้อย
ทำให้อุจจาระแข็งถ่ายแล้วเจ็บ
เมื่อเจ็บก็ทำให้เด็กกลัวการขับถ่าย จึงกลั้นอุจจาระ
ซึ่งถ้ากลั้นอุจจาระจนเป็นนิสัย อุจจาระอยู่ในลำไส้ใหญ่นานๆ
น้ำในอุจจาระจะถูกดูดซึมเข้าร่างกายทำให้อุจาระแข็งขึ้น ก้อนใหญ่ขึ้น
เบ่งออกยาก จึงเกิดอาการท้องผูกตามมาในที่สุด
วันนี้เรามีเทคนิคการป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเกิดอาการท้องผูก
1.เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุด
นมแม่มีโปรตีนขนาดเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับนมชนิดอื่นๆ
ง่ายต่อการย่อยและดูดซึม เด็กที่ดื่มนมแม่ล้วน
จึงไม่ค่อยพบปัญหาท้องผูก
คุณแม่หลายคนเข้าใจผิดว่าลูกดื่มนมแม่ล้วนไม่ถ่ายหลายวัน
คืออาการท้องผูก พยายามหาวิธีให้ลูกขับถ่ายให้ได้
กรณีลูกกินนมแม่ล้วนแต่ไม่ถ่ายหลายวันไม่ได้หมายถึงลูกท้องผูกแต่อย่
างใด… อ่านต่อ

Continue readingจะทำอย่างไรเมื่อลูกน้อยมีอาการท้องผูก

ดนตรีกับพัฒนาการของลูกน้อย

หลายคนคงอยากจะเคยได้ยินว่าการที่ให้ลูกฟังดนตรีตั้งแต่อยู่ในครรภ์นั้นจะช่วยให้ลูกของคุณฉลาด แน่นอนว่าเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งมันคือเรื่องจริงเพราะจริงๆแล้วการรับรู้ของเด็กไม่ได้เริ่มต้นในวันแรกที่ออกจากท้องแม่ แต่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เขาก่อตัวขึ้นในท้อง พร้อมกับพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันตามการใช้ชีวิตของคุณแม่ ซึ่งดนตรีนั้นช่วยเป็นสื่อกลาง เพราะอย่าลืมว่าตอนที่ลูกอยู่ในท้องนั้นก็เหมือนกันเป็นคนๆเดียวกัน

โดยแพทย์หลายๆประเทศได้ระบุว่าการใช้เสียงดนตรีเพื่อสื่อสารนั้นมีผลต่อพัฒนาการของลูกน้อย โดยมีการวิจัยว่าคุณแม่ที่เปิดเพลงให้ลูกฟังเป็นประจำในตอนที่ตั้งครรภ์เมื่อเด็กคลอดออกมาจะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและไอคิวสูงกว่าเด็กทั่วๆไป

ส่วนคำถามต้องเปิดเพลงแนวไหนให้ลูกฟังถึงจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเพลงที่มีทำนองช้าๆ เรื่อยๆ อย่างเพลงแนวคลาสสิกเพราะท่วงทำนองแบบนี้จะช่วยขับกล่อมให้ลูกอารมณ์เย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส และไม่โมโหง่าย โดยจะเป็นเพลงไทยหรือเพลงสากลก็ได้ ขอเพียงทุกครั้งที่เปิดให้คุณแม่ใช้มือลูบเบาๆที่ท้องไปด้วย และจะให้ดีควรร้องคลอตามเบาๆ เพื่อให้เขาชินกับสัมผัส

โดยเพลงคลาสสิกที่นิยมและมักจะให้ลูกน้อยในครรภ์ฟังกันคือเพลงของโมสาร์ทเพราะฟังง่ายแหล่งที่มาของเสียงนั้นให้ความรู้สึกและอารมณ์ แม้ว่าจะไม่มีงานวิจัยที่ออกมาชัดเจนว่าเพลงทั่วไปกับเพลงโมสาร์ทอันไหนทำให้พัฒนาการของลูกดีกว่ากันก็ตาม

ทั้งนี้เด็กในครรภ์ประสาทการรับฟังจะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ 5 เดือน ซึ่งการใช้เสียงดนตรีกระตุ้นจะทำให้เครือข่ายใยประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น นอกจากนี้เพลงสามารถกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์แล้ว ยังช่วยในการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ เมื่อลูกได้ยินเสียงเพลง ได้ยินจังหวะของเพลงเขาจะขยับตัวหรือดิ้นไปตามเสียงเพลง

ยกตัวอย่างเช่น … อ่านต่อ

Continue readingดนตรีกับพัฒนาการของลูกน้อย

เคล็ดลับสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่จะช่วยให้ลูกน้อยวัยทารกหลับยาวตลอดทั้งคืนโดยไม่ตื่นขึ้นมางอแง

คุณแม่หรือผู้ปกครองที่เลี้ยงทารกหรือผู้ปกครอง หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว  จะทราบกันดีว่า เด็กน้อยส่วนใหญ่จะตื่นขึ้นมากลางดึก  แต่นั่นก็ไม่ใช่สำหรับทารกทุกคน  เพราะว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านสรีระวิทยาทารก  ได้กล่าวว่าเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสามเดือนนั้น  สามารถนอนหลับยาวได้ห้าถึงชั่วโมงติดต่อกัน.  แต่นอกจากปัจจัยการที่ทำให้ลูกตื่นในตอนกลางคืนนั้นมีหลากหลาย ปัจจัยเช่นตื่นเพราะอารมณ์ไม่ดีตื่น  เพราะการงอกของฟันตื่นเนื่องจากการเจริญเติบโตของร่างกายแต่ก็มีวิธีที่จะช่วยให้เด็กทารกนั้นหลับยาวตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก โดยวิธีการดังนี้

1.ไม่โอ๋หรือกล่อมให้ลูกหลับก่อนแล้วค่อยวาง

แต่เป็นการปล่อยให้เด็กน้อยนอนหลับด้วยตัวเองซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้เด็กน้อยนอนหลับได้ยาวนานขึ้น  เนื่องจากว่าเด็กน้อยนั้นจะเรียนรู้การหลับด้วยวิธีของตัวเอง และค่อย ๆ ชินกับการนอนหลับด้วยตัวเองมากกว่าการนอนหลับบนอ้อมอกพ่อหรือแม่ และยังทำให้เด็กฝึกการนอนหลับอย่างถูกต้องอีกด้วย

2.ให้ลูกผ่อนคลายก่อนการหลับ

จะต้องให้ลูกผ่อนคลาย ก่อนการหลับ เช่น  การร้องเพลงกล่อม  เปิดเพลงกล่อม  ลูบบริเวณหน้าท้อง  ซึ่งจะทำให้ลูกนั้นนอนหลับสบายตลอดทั้งคืนได้โดยไม่ตื่นขึ้นมากวน

3.ทำกิจวัตรก่อนนอนให้เป็นเคยชิน

เด็ก ๆ … อ่านต่อ

Continue readingเคล็ดลับสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่จะช่วยให้ลูกน้อยวัยทารกหลับยาวตลอดทั้งคืนโดยไม่ตื่นขึ้นมางอแง